| Toey's profileSiR KeaNo online spacePhotosBlogLists | Help |
|
|
SiR KeaNo online spaceAugust 16 สุดสาย ปอ. 44ปอ. 44 นี่เป็นรถเมล์สายที่นั่งบ่อยที่สุดเท่าที่จำความได้ เมื่อรวมเวลานอนหลับทั้งหมดบนรถเมล์สายนี้ก็น่าจะปาเข้าไปประมาณร้อยกว่าชั่วโมงได้ แต่ถึงจะหลับยาวขนาดไหนก็ไม่เคยเลยไปจนถึงสุดสายสักที (ฮา)
แล้วก็มาถึงโอกาสที่จะได้นั่งไปจนถึงสุดสายที่ท่าเตียนจนได้ เป็นงานจากที่มหาวิทยาลัย ให้ไปเข้าชมสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือเรียกง่ายๆ ว่ามิวเซียมสยามแล้วกัน
เริ่มออกจากบ้านตั้งแต่เก้าโมง กะว่าหลับสักชั่วโมง ตื่นมาคงถึง ที่ไหนได้ล่อเข้าไปสองชั่วโมงกว่าจะถึง เพื่อนที่นัดไว้ก็ต้องรอกันไปยาวทีเดียว ฮ่าๆ
![]() แวบแรกที่เห็นตึกก็คิดไว้เลยว่าข้างในคงจะออกแนวน่าเบื่ออยู่เหมือนกัน จนกระทั่งพนักงานเรียกเข้าห้องชมภาพยนตร์
แหม่...มันไม่ธรรมดาจริงๆ จอฉายนี่มันบิดเป็นเกลียวอย่างกับ DNA ดูทันสมัยมากๆ เป็นการแนะนำตัวละครหลักทั้ง 7 ตัว ซึ่งจะได้เจอในส่วนของนิทรรศการด้านในต่อไป
![]() พอออกจากห้องฉาย เปิดมาก็เป็นห้อง "ไทยแท้" ซึ่งก็ต้องบอกว่ามันไทยจริงๆ โคตรไทยเลย ไม่มีเฟคอะไรให้ดูดีทั้งสิ้น รถเข็นขายส้มตำนี่ก็เหมือนที่เห็นตามถนนทั่วไป มีสติ๊กเกอร์ลูกทุ่งแปะ ถุงก็อปแก๊ปจาก Tops ฯลฯ เรียกได้ว่ามันเป็นความเป็นไทยของแท้ในสังคมของเราอย่างแท้จริง
![]() เมื่อขึ้นมาชั้นสองก็มีตำนานของสุวรรณภูมิให้ได้อ่านกัน บ้างก็เป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ไอ้ตอนแรกก็อ่านพอขำๆ คิดว่าคงเป็นตำนานแบบขำๆ เช่นกัน แต่พอเดินเข้าไปข้างในมันดันมีข้อมูล รายละเอียดแบบเจาะลึกมาก รวมถึงโครงกระดูกมนุษย์โบราณอะไรต่างๆ ซึ่งน่าสนใจทีเดียว
ที่เด็ดก็คือมีการให้ข้อมูลแบบ Interactive มันเจ๋งมากๆ คือจะให้ไปยืนหน้าโลงศพของเจ้าหญิงอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ จำชื่อไม่ได้ ซึ่งอยู่ในสมัยโบราณ เจ๊แกก็จะคืนชีพจากหลุมศพขึ้นมาเล่าเรื่องสมัยก่อนให้ฟัง ที่เด็ดก็คือ...ไม่ใส่เสื้อในครับ ! (แต่ไม่มีใครร้องอรูยยย เพราะว่าเจ๊แกค่อนข้างแก่แล้ว) นั่นแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการถ่ายทำสารคดีชุดนี้อย่างสูง
![]() ตรงนี้ก็มีเกมขุดซากของเก่าให้เล่นกันด้วย ก็เอาแปรงไปปัดๆ แล้วก็จะค้นพบเศษซากอารยธรรมต่างๆ ให้ความรู้ไปด้วย
![]() ห้องถัดๆ มามันจะเป็นการแสดงถึงประวัติอันยิ่งใหญ่ของดินแดนสุวรรณภูมิ สถาปัตยกรรม ชาวต่างชาติในสมัยนั้น ฯลฯ เยอะแยะมากมาย ให้เล่าทั้งหมดคงจะไม่หมด แต่ที่จะนำมาเล่าก็คือความประทับใจที่ได้เจอดาราที่ชื่นชอบในสมัยเด็ก นั่นก็คือ...
![]() เจ้าฉงายจากเรื่องเจ้าขุนทอง ตอนเด็กๆ ติดมาก รายการนี้ อยากจะขอเข้าไปถ่ายรูปด้วยอยู่เหมือนกัน แต่คนเยอะ สาวๆ ที่มาเข้าชมก็เยอะ อายเค้า
นี่ถ้าตอนเด็กๆ มาเห็นภาพแบบนี้อาจจะร้องไห้ได้เลย เพราะตุ๊กตาหุ่นเชิดนี่มันก็เหมือนคนตุ๊กตาควายที่โดนคนโรคจิตเอามือเสียบตูดธรรมดาดีๆ นี่เอง ฮือๆๆ
![]() ห้องต่อมาจะเป็นการโชว์อาวุธ การทำสงครามต่างๆ ของประเทศไทย มันมีเกมยิงกองทัพพม่าให้เล่นด้วย สนุกไม่สนุกก็ดูรูปสหายหลี่ที่กำลังโขยกปืนใหญ่อย่างเมามันส์ดูกันเอาเอง
![]() ถัดมาก็จะเป็นแผนที่โบราณต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแผนที่สยามที่จัดทำโดยชาวต่างชาติ บางทีรูปทรงมันก็ดูตลกๆ แต่ก็เข้าใจ ฝรั่งมันวาดขวานไม่เก่ง กร๊ากกก
![]() หลังจากนี้ก็จะแสดงสภาพสังคมไทยในยุคที่เริ่มเจริญแล้ว มันมีอะไรให้ดูเยอะแยะมากเลย ทั้งวิถีชีวิต ข้าวของเครื่องใช้ ของเล่น ฯลฯ ซึ่งทุกอย่างก็ไปหยิบ ไปเล่น ไปนั่ง อะไรได้จริงๆ ทุกอย่างไม่มีป้ายเขียนว่า "ห้ามจับ" อยู่เลย นับได้ว่าเข้าทาง เพราะถึงจะมีป้ายห้าม ก็กะมาเล่นเต็มที่อยู่แล้ว ฮ่าๆ ว่าแล้วก็จัดไปชุดใหญ่...
![]() โทรศัพท์มีสองแบบ ก็เล่นมันทั้งสองแบบเลย
![]() ฉากของช่อง 4 บางขุนพรหม โบราณได้ใจมาก จึงขอถ่ายไว้หลายๆ รูป
![]() ห้องนี้นี่ชอบมาก เป็นบาร์ในไทยที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกมาเต็มๆ น่าจะราวยุค 70-80's โดยส่วนตัวก็ชอบยุคนี้อยู่แล้ว มันคลาสสิคดี จึงได้เดินในห้องนี้นานเป็นพิเศษ สำรวจทุกซอกทุกมุม แล้วก็ค้นพบสิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุด...ขวดโค้กซีโร่ !!! นับเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ทีเดียว ต่อจากนี้ประวัติศาสตร์จะต้องบันทึกไว้ว่าโค้กซีโร่มีตั้งแต่เมื่อ 20 กว่าปีก่อนแล้ว
แล้วก็ครบทุกห้องจนได้...
ก่อนออกจากโซนนิทรรศการ ก็จะมีคอมพิวเตอร์ให้มาเขียนว่า หากเป็นนายกฯ อยากทำอะไร ซึ่งแม้จะเขียนได้จังไรขนาดไหนมันก็ขึ้นจอใหญ่ให้ นับว่าสนุกมาก
ถึงตรงนี้ก็อยากจะบอกใครก็ตามที่มีโอกาสได้มาอ่านว่า หากวันไหนว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร ก็แนะนำให้ไปดู ไปเดินเล่นพอเพลินๆ สัก 1-2 ชั่วโมง ได้ความรู้กลับบ้าน รับประกันยังไงก็คุ้ม เพราะทุกอย่างนั้นฟรี !
ส่วนใครที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศเด็กนักเรียนไปร่วมเดินด้วยนั้น ก็แนะนำเวลาประมาณบ่ายสามเป็นต้นไป รับรองเด็กเดินกันฮึมทั้งชายและหญิง ใครชอบแบบไหนก็เชิญตามสะดวก
![]() ย้ำอีกครั้ง พิพิธภัณฑ์นี้ชื่อว่า "สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ" หรือ "มิวเซียมสยาม" โลโก้ก็อย่างที่เห็น คล้ายๆ ปักกิ่ง 2008 ราวกับว่าลอกกันมายังไงยังงั้น
![]() ส่วนนี่ก็คือแผนที่ จะเห็นได้ว่าตัวมิวเซียมสยามนั้นถูกล้อมรอบไว้ด้วยโรงเรียนถึงสามโรงเรียนด้วยกัน ช่างเหมาะกับการเป็นแหล่งหาความรู้จริงๆ อันนี้ปริ้นท์แล้วพกไว้รับรองไม่หลงแน่นอน
แล้วการนั่งรถ ปอ. 44 ในครั้งนี้ก็จบลงด้วยความรู้สึกดีๆ อย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน บางครั้งการนั่งรถเมล์แล้วลงป้ายที่ไม่คุ้นเคยก็มักจะให้ประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างนี้เสมอละ ฮ่าๆ August 14 ตกมันเข้าไปเลยน้องเอ๋ย !ไอ้วันที่ไม่ตก็ดันไม่ว่าง
ไอ้วันที่ว่างก็ดันตก
เมื่อไหร่จะพ้นหน้าฝนวะ เซ็งฉิบหาย ! August 16 Alternate Endingsสัปดาห์นี้มันช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน...
วันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับไข้ที่ขึ้นสูงจนผิดปกติ ทั้งที่คืนก่อนหน้านั้นไม่ได้มีสัญญาณใดๆ บอกฉันเลยแม้แต่น้อย แต่หลังจากได้ใช้ส้วมถี่กว่าอัตราการซอยของกระต่ายแล้วนั้น ฉันก็ทราบได้ทันทีว่าฉันท้องเสียเข้าให้แล้ว อาจจะเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของฉันก็เป็นได้
โชคดีที่มีเพื่อนเป็นด็อกเตอร์ เขาแนะนำให้ฉันไปหายา Norfloxacin มากวาดล้างเชื้อแบคทีเรียเสีย ทว่าฉันดันไปค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเยอะเกินไปจนทำให้เกิดอาการวิตกกังวลว่าจะมีผลข้างเคียงหรือไม่ ตอนนี้จึงต้องให้เวลาเยียวยาเท่านั้น
คืนต่อมาประมาณตีสอง ฉันเฝ้ารอดูบอลอย่างใจจดใจจ่อ หวังว่าชีวิตคงจะมีความสุขได้บ้าง
ไม่ใช่...
มันไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดเลย มันกลับทำให้ฉันเครียดมากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวนัก อารมณ์ในตอนนี้ถือว่าตกต่ำพอสมควร
ฉันไม่สามารถข่มตานอนได้เลย เฉกเช่นเดียวกับสองคืนก่อนหน้านั้น กองทัพแบคทีเรียมันคอยทำเอาฉันผวาตื่นตลอดเวลา
คืนนี้ฉันนึกไม่ออกว่าจะนอนหลับได้สักกี่โมงกัน ช่วงบ่ายของวันใหม่ฉันจะต้องไปประชุมกับคณะชิวเอาท์กรุ๊ป นั่นทำให้ฉันกังวลมากทีเดียวว่าจะสามารถไปตามนัดได้หรือไม่
มองออกไปนอกหน้าต่าง บ้านข้างๆ เปิดไฟห้องครัว ทำอาหารเช้าเตรียมรับวันใหม่กันแล้ว ในขณะที่ฉันเองยังไม่ได้พักผ่อนเลยแม้สักนาทีเดียว
ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ฉันจึงจะหลับลงในคืนนี้ได้สักที นั่งคิดอยู่นาน แล้วฉันก็ตระหนักได้ว่าตราบใดที่ฉันยังคงนั่งกระแทกแป้นพิมพ์อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่อย่างนี้ ฉันก็คงไม่ได้หลับไม่ได้นอนสักที
ทางเลือกในใจขณะนี้มีสองทาง หนึ่งคือฉันควรจะปิดคอมพิวเตอร์แล้วขึ้นนอนเสียเดี๋ยวนี้
หรือจะนั่งเล่นมันต่อไป ปล่อยร่างกายไหลไปตามยถากรรม...
แล้วเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยย่อหน้าแรกอีกครั้ง July 27 กูเจอแล้ว+ กูเจอแล้ว พี่โจ๊ก โซคูล
+ เจอที่สยาม พารากอน เวลาประมาณ 14.30 น.
+ ตัวเตี้ยกว่าที่คิด
+ ใส่แว่นดำ เสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์
+ เสียดายไม่ได้เอาปกซีดีไป เลยไม่ได้ขอลายเซ็น
+ กล้องถ่ายรูปก็ไม่ได้เอาไปเช่นกัน + มีเด็กนักเรียนมองตาม เดาไม่ถูกว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่
+ ฝันเป็นจริง
+ กูเจอแล้ว
+ พี่โจ๊ก โซคูล May 16 เสี่ยว(เค้าโครงจากไดอารี่พี่โจ๊ก)
โจ๊ก โซคูล เป็นนักร้องที่เกิดมาท่ามกลางสังคมที่โหดร้าย เต็มไปด้วยนักวิจารณ์และยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ยุคสมัยที่ผู้คนเริ่มแยกว่าเพลงแบบไหนแนว แบบไหนเสี่ยว
ในความคิดของเขาแล้วยังมีประเทศหนึ่งที่แบ่งแยกแนวเพลงอย่างนั้นโดยชัดเจน ประเทศที่ว่านี้ก็คือประเทศกรุงเทพฯ ประเทศนี้เรียกจังหวัดอื่นๆ ว่าต่างจังหวัด ทั้งๆ ที่ตัวเองมีอยู่จังหวัดเดียว
แต่สำหรับโจ๊กแล้ว เขาไม่คิดว่าจังหวัดเหล่านั้นคือต่างจังหวัด นั่นคือเพื่อนๆ ของเขา นั่นเพราะที่ประเทศกรุงเทพฯ มองเขาเป็นเพียงไอ้เสี่ยวคนนึงเท่านั้นเอง
ซอกหนึ่งในประเทศกรุงเทพฯ ผมนั่งฟังเพลงโซคูล มีความฝันว่าสักวันจะได้เจอตัวจริงของพวกเขา
อีกซอกหนึ่งในประเทศกรุงเทพฯ โจ๊ก โซคูล กำลังเดินเข้าห้องน้ำ...
..."เฮ่ย ! ดูเดะ โซคูล แม่งขี้ว่ะ ฮ่าๆๆ" March 10 It ain't over 'till it's over.
ในเมื่อร็อคกี้ บัลโบ มันกลับมาชกมวยได้ ผมก็สามารถกลับมาอัพบล็อกได้เหมือนกัน !!!
หนังเรื่องนี้ถือเป็นการผจญภัยของผมอย่างแท้จริง เพราะนับจากวันที่ Rocky Balboa เข้าโรงแล้ว กว่าผมจะได้ดูก็ปาเข้าไป 9 วันเต็มๆ
จริงๆ แล้วผมอยากดูตั้งแต่รอบพิเศษวันพุธที่ 28 ก.พ. แล้วล่ะ แต่มันมีเหตุให้ต้องเลื่อนมาดูเอาวันศุกร์ที่ 9 นี้
แรกเริ่มเดิมที ผมพยายามจะโทรเข้าไปในรายการ Cinema Cut เพื่อชิงตั๋วดูฟรีรอบพิเศษ ผมโทรไปหลายสิบครั้ง สายก็ไม่ว่างสักที เลยคิดในใจว่าช่างมันเถอะ วันรุ่งขึ้นยังต้องสอบ Politics อีก ไว้ไปซื้อตั๋วดูเองวันฉายจริงก็ได้
เอาเข้าจริงวันเข้าโรงผมก็นั่งอ่านวิชา Ethics อยู่ที่บ้านครับ แล้วที่คิดไว้ว่าจะดูหลังจากสอบเสร็จก็ไม่ได้ดูอีก เนื่องจากต้องไปเตะบอลกับรุ่นพี่ที่ Goal Club
วันหยุดสามวันนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ไปไหว้พระต่างจังหวัด ไม่ได้ดูแน่นอนอยู่แล้ว
พอมาถึงวันอังคารเลยคิดว่ารออีกสองวันค่อยไปดูแล้วกัน มีตั๋ว Complimentary ของเมเจอร์อยู่ มันจะใช้ดูฟรีได้ถ้าหากหนังเข้าโรงไปแล้วหนึ่งอาทิตย์
วันพฤหัสก็ตั้งใจจะไปดูเต็มที่ แต่รถดันติด กว่าจะไปถึงเมเจอร์รัชโยธินเวลาก็เลยรอบฉายไปแล้วครึ่งชั่วโมง แต่คิดว่ามีตั๋วฟรีก็ใช้ๆ ไปเถอะ
ผลปรากฏว่าพนักงานบอกหนังเรื่องนี้ฉายที่โรงแพลตตินั่ม ใช้บัตรนี้ไม่ได้ แหม่... หนังมันก็ฉายไปนานแล้ว จะให้ซื้อไปดูตอนนี้คงไม่คุ้ม เดี๋ยวพรุ่งนี้มาซื้อตั๋วดูเองก็ได้วะ
ในที่สุดก็มาถึงวันที่ได้ดูร็อคกี้จนได้ครับ ดีใจน้ำตาแทบไหล ซึ้งตั้งแต่ตอนจ่ายเงินซื้อตั๋วแล้วครับ พนักงานแม่งไม่บอกผมเลยว่าโรงแพลตตินั่มมันราคา 170 บาท มาถึงก็ออกตั๋วให้เสร็จซะแล้ว แสดดด...
สำหรับตัวหนังนั้นผมประทับใจมากทีเดียวครับ เนื่องจากเคยดูภาคก่อนๆ มา เลยอินไปกับภาคสุดท้ายนี้แบบสุดๆ ที่สำคัญคือเข้าไปดูในโรงคนเดียว สามารถให้น้ำตาคลอเบ้าได้โดยไม่ต้องอายใคร
หนังเรื่องนี้ถือเป็นการเติมพลังให้กับคนที่หมดไฟแล้วอย่างแท้จริง
เนื้อเรื่องอาจจะดูเศร้าๆ ไปบ้าง แต่เมื่อมาถึงฉากซ้อมอันสุดคลาสสิคแล้ว มันกลับทำอดรีนาลีนสูบฉีด ขนลุกไปทั่วทุกอณู และรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจอย่างมาก
สักวันจะซื้อ DVD Box Set ของ Rocky มาเก็บให้จงได้
อย่าลืมนะครับ คนแก่ที่ดีต้องไม่หมดไฟ จนกว่าไฟในตัวจะดับมอด...อย่างแท้จริง ! November 21 ได้ดีเพราะผี (หื่น) ดันถือเป็นความประทับใจอย่างมากสำหรับเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อผมได้เป็นหนึ่งในผู้โชคดีได้ร่วมไปเล่นกิจกรรมที่ Greenery Resort เขาใหญ่ กับนักแสดงนำจาก Seasons Change
ย้อนไปก่อนหน้านั้นสัก 4-5 วัน ผมได้รับลิงก์ประกวด "ขอเหมือนได้มะ" ของ Seasons Change ให้เอาภาพที่คิดว่าเหมือนฉากใดฉากหนึ่งในภาพยนต์ส่งมาให้ผู้คนทางบ้านโหวตกัน ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัล 5 อันดับแรกเนี่ยแหละ จะได้ไปสนุกกันที่เขาใหญ่ ผมไล่ดูตั้งแต่อันดับ 1 ถึง 5 ไม่ต้องวิเคราะห์ก็ดูรู้แล้วว่ารูปมันไม่ได้เห็นจะขอเหมือนได้มะสักนิด !
ด้วยเหตุนั้นผมเลยลองไล่ภาพของผมทั้งหมดในฮาร์ดดิสก์ดู แล้วก็มาสะดุดกับภาพที่ผมใส่หน้ากากหม่ำอันข้างบนนี้แหละ ตอนแรกก็คิดอยู่นานเหมือนกันว่าจะส่งดีเหรอ มันฮาเกินไปมั้ง แต่สุดท้ายแล้ว เราก็อุตริเอาภาพนี้ไปให้บูมส่งให้จนได้ ฮาๆ
เหลือบไปดูคะแนนอันดับหนึ่ง ก็ได้ไป 400 กว่าๆ แล้ว แต่ผมเพิ่งจะส่งรูปไปเอง แล้วจะได้ไปกับเค้าไหมเนี่ย ?
แต่สุดท้ายแล้วบูมก็ช่วยให้พวกเราได้ไปเขาใหญ่กันจนได้ เรื่องอย่างนี้ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกลครับ รายละเอียดติดตามได้ ที่นี่เลย
กิจกรรมต่างๆ ที่เขาใหญ่ก็สนุกมากๆ โดยเฉพาะกับการที่ได้ว่านมาเป็นหัวหน้ากลุ่ม ก็ยิ่งทำให้เฮฮาเข้าไปใหญ่ ผมคิดไว้แต่แรกแล้วว่าถ้าไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับนาถ ก็ขออยู่กลุ่มว่านแล้วกัน น่าจะฮาดี แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ
สำหรับรายละเอียดและรูปภาพเพิ่มเติมก็ คลิกที่นี่ ได้เลยนะครับ
ขอบคุณจริงๆ ที่มีกิจกรรมสนุกๆ อย่างนี้ให้ผมได้เข้าร่วม ถึงแม้ว่าผมจะค่อนข้างเซ็งกับกระเป๋าสตางค์ของผมที่เพิ่งหายไปเมื่อสี่วันก่อนพร้อมเงิน 800 บาทก็ตาม ถือซะว่าเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับทริปก็แล้วกัน ก็คุ้มทีเดียวครับ ถ้าจะมีกิจกรรมอย่างนี้ให้ผมได้ไปอีก จะให้กระเป๋าสตางค์หายอีกครั้งก็ยอมครับ
...แต่มาคิดอีกที อย่าหายเลยดีกว่า ผมล่ะเครียดจริงๆ (ฮา) November 03 แมวบวก...พ่อมึง !เออ กูทำข้อสอบได้ ให้กู C+ เจริญจริงๆ ตรวจกันยังไงวะ
ตั้งแต่เข้าโอเอสพีมาก็เพิ่งได้ A ไปตัวเดียวเอง นี่ขนาดกูเป็นคนที่ไม่ค่อยเครียดกับเกรดแล้วนะ ยังต้องมาหัวเสียกับเรื่องเหี้ยๆ อย่างนี้เลย
กูมันโง่เองที่ตัดสินใจสมัครเข้ามาในนี้ แทนที่จะอยู่เรียนอย่างสบายใจกับเพื่อนเก่าๆ
ไว้ถ้าจบไปแล้วกูพบว่ามันนำพาอะไรดีๆ มาให้ชีวิตกูบ้าง แล้วถึงวันนั้นจะมาอัพให้มันดีๆ แล้วกัน
แสดดด ! October 21 602 Reunite 2006วันนี้คงจะเป็นอีกวันที่เรามีความสุขมาก ถึงแม้ว่าจะมีอะไรเล็กๆ น้อยๆ มาทำให้ผมเสียใจนิดหน่อยในวันนี้ก็ตามที ทุกอุปสรรคนั้น ลำพังเราคนเดียวก็ไม่อาจผ่านมันไปได้เองทั้งหมด กำลังใจจากพ่อ แม่ และเพื่อนๆ นั้นสำคัญมาก วันนี้เราได้กลับไปเจอเพื่อนๆ 6/2 รุ่น 8 ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกันสามปีเต็ม นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เรามีความสุขจริงๆ ในวันนี้
มันเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณหนึ่งทุ่มตรง ที่มุมเล็กๆ มุมหนึ่งในร้าน Waterside แถวเกษตร-นวมินทร์...
![]() วันนี้เราได้เจอกับเปี้ยว ปวัฒน์ และคม อดีตเพื่อนร่วมทีมบอลกระดาษ ถึงแม้ว่าในวันนี้จะไม่ได้เตะบอลกระดาษกัน แต่เราก็ยังได้โต๊ะโกล์มาเล่นด้วยกันแทน
![]() จิดวิญญาณของบอลกระดาษในตำนานได้กลับมาแล้วในวันนี้ !
![]() ไม่ว่าตอนนี้เราจะเป็นอย่างไร เพื่อนๆ ทุกคนก็ยังคงเป็นมิตรอยู่เสมอไม่เปลี่ยนแปลง
ด้วยความรัก ความผูกพันธ์ที่เรามีต่อกันไม่เสื่อมคลาย
![]() ขอขอบคุณทุกคนที่ทำให้ภาพเหล่านี้กลับมาเป็นภาพสีอีกครั้ง
ป.ล. สำหรับคนที่ไม่ได้ไปก็ไม่ต้องเสียใจ ยังมีโอกาสได้เจอกันอีกเยอะ เราคงได้พบกันอีกเป็นร้อยเป็นพันครั้ง...ใช่ไหม ? |
|
|||
|
|